Kblogger : Rainbow

วิธีปลูกไผ่บงหวาน

วิธีปลูกไผ่บงหวาน

 

วิธีปลูกไผ่บงหวาน

ปลูกไผ่บงหวานขายเป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจครับ ไผ่บงหวานเป็นไผ่ที่สามารถนำหน่อมากินดิบๆได้ และมีรสหวาน ไผ่ปลูกครั้งเดียวกินถึงยันลูกหลานครับ แต่ควรเป็นการปลูกแบบการใช้เมล็ด เพราะไผ่จะมีอายุของมัน ประมาณ 60 ปี ถึงแม้เราจะเอาเหง้าไปปลูก มันก็จะมีอายุเท่าต้นแม่ ฉะนั้นถ้าต้องการปลูกแบบกินนานๆ ก็ปลูกแบบใช้เมล็ด ครับ หรือเราจะปลูกจากเหง้าก็ได้ แต่ควรเป็นสวนที่เชื่อใจได้ และอายุไผ่ไม่มากเกินไป

วิธีการเพาะต้นกล้าก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่เรานำเมล็ดที่แก่แล้วจากต้นไผ่บงอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป มาหว่านลงในแปลงนาที่ได้ไถยกร่อง ใส่ปุ๋ยขี้ไก่ รดน้ำเช้าเย็น ประมาณ 1 อาทิตย์ต้นกล้าก็จะงอกพ้นดิน จากนั้นอีกประมาณ 30 วัน ต้นกล้าก็จะมีความสูง 1 คืบ สามารถนำต้นกล้ามาลงถุงเพื่อเพาะชำจำหน่ายหรือนำไปปลูกได้

การเพาะเมล็ด วิธีนี้จะให้ผลผลิตช้า ประมาณ 3 ปี หลังย้ายปลูกลงแปลง จึงจะให้ผลผลิต แต่มีข้อดีตรงที่จะได้ต้นไผ่ที่มีอายุยืนยาวและมีโอกาสออกดอกหรือตายขุยได้ยากกว่าการปลูกด้วยเหง้า การขยายพันธุ์โดยวิธีการใช้เหง้า จะให้ผลผลิตเร็ว หรือ หลังจากขยายเหง้าปลูกเพียง 6 เดือน ก็สามารถขุดหน่อขายได้

 

วิธีการปลูก

สำหรับการปลูกก็ไม่ยุ่งยาก ขุดหลุมปลูกขนาด 50x50x50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกเก่า หลังปลูกเสร็จรดน้ำให้ชุ่ม เคล็ดลับในการปลูกไผ่บงหวาน ถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนแนะนำให้ปลูกเสมอกับดินเดิม แต่ถ้าปลูกในช่วงฤดูแล้งจะต้องปลูกให้ต่ำกว่าดินเดิม หรือทำเป็นแอ่งกระทะ

หลังจากปลูกไผ่บงหวานเสร็จ จะต้องหมั่นตัดหญ้า ที่สวนไผ่บงหวาน จะมีการให้ปุ๋ยและให้น้ำเฉลี่ย เดือนละ 1 ครั้ง ปุ๋ยคอกจะใช้ได้ทั้งขี้วัวเก่าหรือขี้ไก่ หรือแม้แต่เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรใช้ได้หมด เช่น ซังข้าวโพด กากอ้อย เปลือกถั่วต่างๆ กากยาสูบ ขี้เถ้าแกลบ

สิ่งที่มีความจำเป็นจะต้องปฏิบัติเป็นประจำทุกเดือนคือ จะต้องมีการสางลำไผ่ขนาดเล็กที่แตกมาจากตาหน่อเก่าหรือแตกมาจากตาบนลำไผ่เดิมออก โดยใช้มีดพร้าสับออกเลย เพื่อให้ข้างล่างโล่ง ให้ใบไผ่อยู่ส่วนบนเท่านั้น

เกษตรกรที่ปลูกไผ่บงหวานใหม่ๆ จะมีหน่อเกิดขึ้นข้างใน ประมาณ 5-6 หน่อ ให้ขุดหน่อข้างในไปบริโภคหรือจำหน่ายได้ ส่วนหน่อที่ออกมานอกกอก็สามารถเก็บขายได้ พอเมื่อเข้าฝนก็ต้องปล่อยให้หน่อนอกกอโตให้มันขึ้นเป็นลำไผ่

การให้น้ำ
การให้น้ำจะใช้วิธีการแบบปล่อยน้ำเข้าร่องก็ได้ แต่ก่อนปลูกเกษตรกรจะต้องมีการปรับพื้นที่ปลูกเพื่อให้ไล่ระดับน้ำจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ถ้ามีการติดระบบการให้น้ำอย่างดีและมีประสิทธิภาพ จะมีการวางระบบน้ำแบบแถวเดี่ยวหรือแถวคู่ก็ได้ โดย 1 หัวน้ำ จะได้ 4 ต้น วางให้ห่าง ระยะ 3 เมตร ใช้สปริงเกลอร์หัวสูง

เทคนิคผลิตหน่อไผ่บงหวานนอกฤดู
ในแต่ละเดือนจะนำปุ๋ยยูเรีย (สูตร 46 -0-0)อัตรา 10 กิโลกรัมนำผสมคลุกเคล้ากับปุ๋ยคอกเก่า อัตรา 90 กิโลกรัมแล้วใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพรดตามลงไป หมักทิ้งไว้ 1 คืน นำไปใส่ให้กับต้นไผ่บงหวานต้นละ 5-10 กิโลกรัม

วิธีทำน้ำหมักชีวภาพ
วัสดุประกอบด้วย
1) พืชสด และ 
2) กากน้ำตาล อัตราส่วน 3 : 1
วิธีทำ
ใช้พืชที่มีลักษณะสด ใหม่ สมบูรณ์ อวบน้ำ โตเร็ว ไม่มีโรค (เน่า) ทุกส่วนๆ ละไม่มากนัก จากพืชหลายๆ ชนิด ทั้งพืชที่กินได้และวัชพืช
นำมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ หรือบดละเอียดให้ได้ปริมาณ 3 ก.ก. แล้วบรรจุเศษพืชที่ได้ลงในภาชนะ และเติมกากน้ำตาลลงไป 1 ลิตร คนหรือเขย่าให้เข้ากัน
ให้เศษพืชจมอยู่ในกากน้ำตาลตลอดเวลา ปิดฝาภาชนะ เก็บไว้ในที่มืด อุณหภูมิห้องนาน 7 วัน สามารถนำไปใช้ได้

การปฏิบัติระหว่างการหมัก เขย่าภาชนะที่หมักพร้อมกับเปิดฝา วันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น เมื่อครบ 7 วัน ให้ดมกลิ่น ถ้าหอมหวานแสดงว่า "ดี" สามารถนำไปได้ ถ้าบูดเปรี้ยวแสดงว่า "ไม่ดี" ให้แก้ไขด้วยการเติมกากน้ำตาล หรือของที่ใส่ครั้งแรกแล้วหมักต่ออีก 3 วัน ถ้ามีกลิ่นหอมหวานก็แสดงว่า "ดี" ถ้ามีกลิ่นบูดเปรี้ยวอีกให้เติมน้ำตาลอีกแล้วหมักต่อไปจนกว่าจะมีกลิ่นหอมหวาน เมื่อได้น้ำหมักที่ดีแล้วให้เก็บไว้ในที่มืดภายใต้อุณหภูมิห้องเก็บได้นาน 6 เดือน - 1 ปี ระหว่างเก็บหากมีกลิ่นบูดเปรี้ยวให้เติมกากน้ำตาลลงไป

อัตราและวิธีการใช้น้ำหมักชีวภาพ
1) พืชผักสวนครัว พืชไร่ ไม้ผลยืนต้น ให้ทางใบ อัตราส่วน 15-20 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 5-7 วัน ควบคู่กับให้ทางราก 30-50 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 15-20 วัน 
2) เตรียมดินแปลกปลูก หรือหลุมปลูกไม้ผล อัตราส่วน 30-50 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 
3) ใช้แทนสารเร่งปุ๋ยหมัก อัตราส่วน 75-100 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร พรมลงบนวัสดุทำปุ๋ยหมัก 
4) กำจัดน้ำเสียโดย อัตราส่วน 75-100 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร ราดให้ทั่วบริเวณน้ำเสียหรือในคอกปศุสัตว์ 
5) เพิ่มเปอร์เซ็นต์ความงอกของเมล็ดพันธุ์ อัตราส่วน 15-20 ซี.ซี./น้ำ 20 ลิตร แช่เมล็ดพันธุ์พอท่วมก่อนเพราะเป็นเวลา 12 ชั่วโมง

การต่อเชื้อน้ำหมักชีวภาพ ใช้หัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพ 1 ส่วน กากน้ำตาล 1 ส่วน น้ำสะอาด 10 ส่วน ผสมให้เข้ากันดี ปิดฝาภาชนะเก็บไว้ในที่มืด ภายใต้อุณหภูมิห้อง นาน 3 วัน ตรวจสอบกลิ่นตามครั้งแรก

เคล็ดลับ เรื่องน้ำหมักชีวภาพ หลังการหมัก 3 วันแรก เปิดฝาออกดูถ้ามีแก๊สพุ่งออกมาแสดงว่า มีส่วนผสมดีพยายามเปิดฝาระบายแก๊สบ่อยๆ ถ้าไม่เปิดภาชนะที่หมักอาจระเบิดได้ กรณีถ้าไม่มีกากน้ำตาลสามารถใช้น้ำตาลทรายแดงได้ โดยเพิ่มปริมาณน้ำตาลแดงเป็น 1 ส่วน : เศษพืช 1 ส่วน การใช้น้ำหมักชีวภาพทางราก ควรใช้ควบคู่ไปกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเสมอ โดยการใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก 6 เดือน/ครั้ง

ส่วนความต้องการของตลาดโดยทั่วไปแล้ว ตลาดมีความต้องการหน่อไม้ไผ่บงหวานที่มีขนาดน้ำหนักของหน่อ 6-8 หน่อ ต่อกิโลกรัม เนื่องจากเมื่อซื้อเป็นของฝากแล้วจะดูน่าซื้อ คือขนาดไม่เล็กเกินไป จริงแล้วหน่อไม้ไผ่บงหวานจะมีคุณภาพและรสชาติดีที่สุด เมื่อนำมาบริโภคสดๆ และเร็วที่สุด ถ้าปล่อยทิ้งไว้หลายวันความหวานจะลดลงเช่นเดียวกับข้าวโพดหวาน ดังนั้น การเก็บหน่อไม้จะมีการขุดขายกันแบบวันต่อวัน ถึงแม้จะเก็บไว้ในตู้เย็น ความหวานก็จะลดลง แต่จะเก็บไว้บริโภคนานวันควรจะต้มให้สุก แล้วนำมาแช่แข็งจะดีกว่า

เทคนิคเพิ่มรสชาติหน่อไผ่บงหวานให้อร่อย จะต้องต้มน้ำให้เดือด จากนั้นนำหน่อไผ่บงหวานลงไปต้มในน้ำเดือดประมาณ 5-7 นาทีเท่านั้น โดยไม่ต้องเทน้ำทิ้ง จึงนำมารับประทาน จะทำให้หน่อไผ่มีรสชาติดียิ่งขึ้น

 

ที่มา :  ศูนย์รวมความรู้การเกษตร , facebook.com/farmlandthai/posts/1595699290475070

หมวดหมู่: หมวดทั่วไป: ทั่วไป

มิติด้าน: อาชีพและเศรษฐกิจ

Tags: อาชีพ

 


Published: 2017-06-15 10:18:11
15 Jun 2017 10:18:11
3783 | Last visitor: 2019-12-11 16:43:51
© 2019 Kblogger HR-Blog | Kaewpanya
สถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุ่มชน