Kblogger : Rainbow

โรคติดเชื้อจากน้ำลายสุนัขและแมว อันตรายถึงชีวิต

โรคติดเชื้อจากน้ำลายสุนัขและแมว อันตรายถึงชีวิต

 

โรคติดเชื้อจากน้ำลายสุนัขและแมว คืออะไร

โรคติดเชื้อจากน้ำลายสุนัขและแมว เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรีย โรคนี้ทำให้เกิดหนองเลือด เป็นพิษตามผิวหนัง หรือเยื่อไขกระดูกอักเสบ หากเป็นกรณีที่ร้ายแรงมาก อาจเสียชีวิตได้

โรคติดเชื้อจากน้ำลายสุนัขและแมว มีสาเหตุมาจากอะไร?

โรคติดเชื้อจากน้ำลายสุนัขและแมว เป็นอาการติดเชื้อจากแบคทีเรีย Pastsrera ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งอาจพบจากภายในปากของสุนัข 75% และแมวมากถึง 97% เจ้าของอาจใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับสัตว์เลี้ยงมากเกินไป จนทำให้ได้รับเชื้อแบคทีเรียเข้าสูงร่างกายผ่านน้ำลายของสัตว์เลี้ยง หรือการสูดเอาแบคทีเรียเข้าไปผ่านจมูก เช่น การจูบ หรือหอมสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ

โรคติดเชื้อจากน้ำลายสุนัขและแมว มีอาการอย่างไร

หากติดเชื้อผ่านการสูดหายใจเอาแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายผ่านจมูก อาจทำให้มีอาการคัดจมูกคล้ายเป็นหวัด แต่จริงๆ แล้วเป็นอาการของโพรงจมูกอักเสบ เป็นหนอง หากเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ดวงตา ก็อาจทำให้มีอาการตาแดง เลือดคั่งในตา

นอกจากนี้ยังอาจมีไข้สูง ไอค่อนข้างหนัก จนอาจถึงขั้นไอเป็นเลือด เมื่อปอดติดเชื้อ

โรคติดเชื้อจากน้ำลายสุนัขและแมว อันตรายมากหรือไม่?

จริงๆ แล้วหากเป็นคนที่มีภูมิต้านทานโรคดี ร่างกายปกติแข็งแรงอยู่แล้ว ร่างกายอาจต่อต้านแบคทีเรียจนหายเป็นปกติได้เอง แต่หากยังคงได้รับเชื้อแบคทีเรียจากสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง บวกกับร่างกายเริ่มไม่แข็งแรง พักผ่อนน้อย ทานอาหารที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ และไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียทำร้ายร่างกายหนักขึ้นเรื่อยๆ จนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน ความรุนแรงของโรคจึงขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานโรค และสุขภาพของแต่ละคนด้วย

สังเกตได้อย่างไร ว่าสุนัขและแมวของเรา มีเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อเราหรือไม่

เป็นเรื่องยากที่จะสังเกตจากภายนอกได้ว่า สุนัขหรือแมวมีเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อเราหรือไม่ เพราะเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปากของสุนัขและแมว ไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุนัขและแมวเอง แต่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ดังนั้นควรจะระวังไม่ว่าสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของ ได้รับการดูแลอย่างดีหรือไม่ก็ตาม

หากมีอาการคัดจมูก ตาแดง มีไข้สูง หรือไอหนัก โดยที่บ้านมีสัตว์เลี้ยง และคลุกคลีอยู่กับสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิด อาจต้องพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และรีบทำการรักษาอย่างทันท่วงทีค่ะ

 

 

ที่มา : http://health.sanook.com , ภาพประกอบจาก istockphoto

หมวดหมู่: หมวดทั่วไป: ทั่วไป

มิติด้าน: สุขภาพสังคมและสาธารณสุข

Tags: สุขภาพ

 


Published: 2016-12-23 11:49:21
23 Dec 2016 11:49:21
297 | Last visitor: 2020-01-16 01:16:42
© 2020 Kblogger HR-Blog | Kaewpanya
สถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุ่มชน