ข้อมูลทั่วไป

หมู่บ้านป่างิ้ว  หมู่ 4 ตำบล ทาเหนือ อำเภอ แม่ออน จังเชียงใหม่  

        เป็นหมู่ ที่ประชากร ทั้งหมดเป็น ชนเผ่า ปวาเกอิญอ มีความอุดมสมบูรณืของธรรมธรรมชาติ และวิถีชีวิตเรียบง่าย พึ่งอาศัยซึ่งกันและกันนายก๋องคำ  ช่างซอ เล่าว่าพ่อน้อย  จันทร์แก้ว ซึ่งเป็นสารวัตรกำนันในอดีต ให้ข้อมูลว่า หมู่บ้านป่างิ้ว ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2437 โดยมีตระกูลช่างซอ ซึ่งเป็นชนเผ่าปวาเกอญอ เป็นกลุ่มแรกที่อพยพมาจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายพราน    3 คน ชื่อ ช่างซอ  บุทู และ พือทอ มีอาชีพหาของป่า ฆ่าช้างเพื่อเอางาไปขาย พวกเขาเดินทางไปที่ต่างๆ จนมาถึงบริเวณแห่งนี้เพื่อหาของป่าไปขายให้เจ้านาย แต่เมื่อเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้เหมาะสมกับการตั้งชุมชน นายช่างซอ จึงพาครอบครัวของตนเองมาอยู่ด้วย ต่อมานายบุทู กับพือทอ ก็ตามมาอาศัยอยู่ด้วย หลังจากนั้นชุมชนก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากการที่มีคนต่างถิ่นเข้ามาแต่งงานกับคนในชุมชน ตระกูลหลักๆ ในชุมชนที่เพิ่มเติมขึ้น ได้แก่ สุนาอ้าย และดูแฮ


คำขวัญ

ห้วยหลอดสมบูรณ์  ชุมชนปวาเกอญอน่าอยู่ เชิญชูวัฒนธรรม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง



จำนวนครัวเรือน : 63 ครัวเรือน
ชาย : 143 คน (49.14%)
หญิง : 148 คน (50.86%)

0-14 ปี 15-24 ปี 25-59 ปี 60 ปีขึ้นไป
51 0 0 0

ประวัติหมู่บ้าน

ประวัติความเป็นมา สภาพทั่วไป

 

1. ความเป็นมาของของหมู่บ้าน (ประวัติหมู่บ้าน)

            นายก๋องคำ  ช่างซอ เล่าว่าพ่อน้อย  จันทร์แก้ว ซึ่งเป็นสารวัตรกำนันในอดีต ให้ข้อมูลว่า หมู่บ้านป่างิ้ว ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2437 โดยมีตระกูลช่างซอ ซึ่งเป็นชนเผ่าปวาเกอญอ เป็นกลุ่มแรกที่อพยพมาจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายพราน    3 คน ชื่อ ช่างซอ  บุทู และ พือทอ มีอาชีพหาของป่า ฆ่าช้างเพื่อเอางาไปขาย พวกเขาเดินทางไปที่ต่างๆ จนมาถึงบริเวณแห่งนี้เพื่อหาของป่าไปขายให้เจ้านาย แต่เมื่อเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้เหมาะสมกับการตั้งชุมชน นายช่างซอ จึงพาครอบครัวของตนเองมาอยู่ด้วย ต่อมานายบุทู กับพือทอ ก็ตามมาอาศัยอยู่ด้วย หลังจากนั้นชุมชนก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากการที่มีคนต่างถิ่นเข้ามาแต่งงานกับคนในชุมชน ตระกูลหลักๆ ในชุมชนที่เพิ่มเติมขึ้น ได้แก่ สุนาอ้าย และดูแฮ

          ในช่วงแรกของการตั้งถิ่นฐานชาวบ้านยังชีพด้วยการปลูกข้าวไร่ เก็บหาของป่า แล้วค่อยๆ บุกเบิกไร่เก่าทำนา ทำเหมืองฝาย โดยเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวไร่มาจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวนาเอามาจากชาวพื้นราบในอำเภอ  สันกำแพง โดยการปลูกแบบไร่เลื่อนลอยมีการแผ้วถางป่าเพื่อใช้เป็นที่เพาะปลูก ราวปี 2500 ชาวบ้านเริ่มลดปริมาณการปลูกข้าวไร่ลง หันมาปลูกพืชเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นแล้วนำเงินไปซื้อข้าวกิน อย่างเช่นลุงกอง (ผู้ให้ข้อมูล) เลิกปลูกข้าวไร่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 พืชเศรษฐกิจที่ชาวบ้านแถบนี้เริ่มปลูก คือ ยาสูบ ซึ่งมีการตั้งโรงบ่มยาสูบในพื้นที่ใกล้หมู่บ้าน โดยเอาพันธุ์มาจากบ้านดอน ตำบลแม่ทา ซึ่งเป็นตำบลติดกับตำบลทาเหนือ มีครูผิน ครูเทพ เป็นผู้เข้ามาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกยาสูบ ต่อมาโรงบ่มยาสูบได้เลิกกิจการชาวบ้านจึงได้เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ก่อนที่จะปลูกข้าวโพดฝักอ่อน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักในปัจจุบัน โดยกำนันอนันต์  ดวงแก้วเรือน จากตำบลแม่ทา เป็นผู้เข้าไปส่งเสริมและรับซื้อข้าวโพดจากชาวบ้านเป็นคนแรก จนกระทั่งในปี พ.ศ.2526 ชาวบ้านทั้งหมดในพื้นที่บริเวณนั้น เลิกปลูกข้าวไร่อย่างเด็ดขาด อันเนื่องมาจากพื้นที่ปลูกข้าวไร่ ถูกเตรียมประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้

          จากการทำไร่เลื่อนลอยและการปลูกพืชเศรษฐกิจ โดยการเข้าไปใช้พื้นที่ป่าทำให้สภาพป่าทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว นายคำ  ช่างซอ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านในช่วงนั้น ได้มีแนวคิดริเริ่มที่จะให้ชาวบ้านหันกลับมาฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ โดยใช้ความเชื่อทางไสยศาสตร์ มาเป็นกลยุทธ์ในการดึงชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า ประกอบกับในช่วงปี พ.ศ.2536 ชุมชนเกิดสถานการณ์    ภัยแล้ง จึงทำให้ชุมชนหันกลับมาดูแลทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรมอย่างมากขึ้น

          การปกครองในช่วงเข้ามาตั้งถิ่นฐานในหมู่บ้าน คือ ตระกูลช่างซอ ซึ่งเป็นคนที่มาตั้งถิ่นฐานหมู่บ้านเป็นคนแรก ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะแต่งงานภายในเครือญาติกันเองเพราะมีประชากรไม่มาก การคมนาคมไม่สะดวก ทำให้การพบปะกับชุมชนอื่นค่อนข้างลำบาก ผู้ใหญ่บ้านคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งจากทางหน่วยงานราชการ ชื่อ นายกว๊าก  คอโพ โดยได้รับค่าตอบแทนในการดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน จากการที่ชาวบ้านจะแบ่งเนื้อสัตว์ป่าที่ล่ามาได้ให้ ต่อมาในช่วงผู้ใหญ่บ้าน นุ  สุนาอ้าย ได้สิทธิไม่ต้องเสียภาษีนา ผู้ใหญ่บ้านเริ่มได้รับค่าตอบแทนเป็นตัวเงิน ในช่วงผู้ใหญ่บ้าน คำ  คอโพ ซึ่งช่วงนี้ชาวบ้านเริ่มสัมพันธ์กับคนภายนอกชุมชน มีการแต่งงานกับคนต่างถิ่นเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่ก่อตั้งหมู่บ้านมาจนถึงปัจจุบัน บ้านป่างิ้วมีผู้ใหญ่บ้านผ่านมาแล้ว จำนวน 9 คน ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ องค์การบริหารส่วนตำบลทาเหนือ จังหวัดเชียงใหม่


ที่ตั้งอาณาเขต

อาณาเขตหมู่บ้าน 

           ที่ตั้ง

                      บ้านป่างิ้ว หมู่ที่ 4 ตำบลทาเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่ออน ประมาณ 25 กิโลเมตร ห่างจากศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 40 กิโลเมตร

 

            เนื้อที่ทั้งหมด

                      โดยประมาณทั้งหมู่บ้าน 8,637.94 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่อนุรักษ์ 4,812.54 ไร่ พื้นที่ป่าใช้สอย 3,124.11 ไร่ พื้นที่หมู่บ้าน 62.36 ไร่ และพื้นที่ทำกิน 638.93 ไร่ ดังนี้

                             - ทิศเหนือ       ติดเขต หมู่ที่ 2 บ้านห้วยวังหลวง

                             - ทิศใต้          ติดเขต หมู่ที่ 5 บ้านห้วยยาบ

                             - ทิศตะวันออก  ติดเขต จังหวัดลำปาง (ป่าแป๋เมือง)
                             - ทิศตะวันตก   ติดเขต บ้านป่าม่วง ม.3


การเดินทาง
          
 การเดินทาง 

                    จากถนน เส้น 1317  จากตัวเมืองเชียงใหม่  เลี้ยวขวา เปลี่ยนเป็นถนน เส้น  1006  ถึงสามแยก โรงเรียนเป่าสามขา ให้เลี้ยวขวา  เปลี่ยนถนน เป็นเส้น 1229 ขับตามถนนมาเรื่อย  แล้วจะเจอทางสามแยก  ให้เลี้ยวขวา  เป็นถนนเส้น  2031  ขับตามถนนมาเรื่อยๆ  ให้ดูป้ายซ้ายมือ  จะเจอป้าย หมู่บ้านป่างิ้ว  เลี้ยวซ้าย  หมู่บ้านแรกจะเป็น  บ้านป่าม่วง ให้ขับตามถนนหลักเรื่อยๆ ก็จะเจอหมู่บ้านป่างิ้ว 

ลักษณะภูมิประเทศ

เป็นพื้นป่าเป็นบริเวณกว้าง (ป่าดิบชื้น)  มีการอนุรักษณ์ป่าไม้ โดยการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ 

เป็นส่วนใหญ่  สภาพอากาศจะเย็นตลอดทั้งปี


สภาพทั่วไปของพื้นที่

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบชื้น  ที่ราบสูง  สลับภูเขา  ในภาพโดยรวม

สภาพภูมิอากาศ


พื้นที่ของชุมชนทั้งหมด  8,637.94 ไร่แบ่งเป็นพื้นที่ อนุรักษ์  4,812.54 ไร่  พื้นที่ป่าใช้สอย 3,124.11 ไร่ 

พื้นที่หมู่บ้าน  63.36 ไร่  และพื้นที่ทำกิน  638.93 ไร่


ชุมชนป่างิ้วแบ่งพื้นที่ป่าชุมชนเป็น  2 โซนเพื่อการจัดการ  คือ  ป่าอนุรักษ์และป่าใช้สอย  ชาวบ้านได้พึ่งพิงทรัพยากรจากป่าใช้สอย  โดยชาวบ้านได้เก็บของป่าหลากหลายชนิดเพื่อยังชีพ  และบางชนิดสามารถขายเป็นรายได้


การใช้ประโยชน์จากที่ดินในการประกอบอาชีพของชาวบ้านป่างิ้วแบ่งเป็น  ทำนา  ปลูกข้าวโพด  ปลูกพืช
โครงการหลวง  และปลูกผักผสมผสาน