ข้อมูลทั่วไป

ชุมชนวัวลาย จะประกอบด้วยทั้งหมด 3 ชุมชน ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนศรีสุพรรณ ชุมชนหมื่นสาร และชุมชนนันทาราม ตั้งอยู่ในตำบลหายยา เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองเชียงใหม่ ติดกับประตูเชียงใหม่

          ๑. ชุมชนวัดศรีสุพรรณอยู่ในชุมชนกลุ่มศิลปกรรมเครื่องเงิน เครื่องเขิน และการหล่อระฆัง หล่อพระพุทธรูป ถนนวัวลาย ถนนช่างหล่อ ใกล้กับวัดสำคัญๆ เช่น วัดหมื่นสาร วัดนันทาราม เป็นต้น

          ๒. ชุมชนหมื่นสารวัวลาย ชาวบ้านมีอาชีพหลักคือ การทำกสิกรรม เมื่อว่างจากการทำกสิกรรมแล้ว ก็มาทำเครื่องเงินในบริเวณบ้านของตนเอง และจะนำเครื่องเงินที่ทำนั้นออกขายตามเมืองต่าง ๆ เพื่อเป็นการเสริมรายได้ให้กับครอบครัว

          ๓. ชุมชนนันทาราม มีอาชีพทำเครื่องเขิน เป็นอาชีพดั้งเดิมของชุมชน เนื่องจากเป็นการสืบทอด มรดกทางภูมิปัญญามาจากบรรพบุรุษชาวเขิน ที่มีการประดิษฐ์ เครื่องใช้ขึ้นใช้เอง และมีจุดเด่นที่เป็นเครื่องเขิน ตามแบบชาวเขินแท้ ที่มีอยู่ที่เดียวในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน การทำหัตถกรรมเครื่องเขินในชุมชนนันทาราม พบได้ เพียงภายในวัดนันทารามเท่านั้น ที่ยังคงมีการสืบทอดอยู่


คำขวัญ

จำนวนครัวเรือน : 150 ครัวเรือน
ชาย : 420 คน (60.00%)
หญิง : 280 คน (40.00%)

0-14 ปี 15-24 ปี 25-59 ปี 60 ปีขึ้นไป
0 0 0 0

ประวัติหมู่บ้าน

ชุมชนวัดศรีสุพรรณเป็นชุมชนเก่าแก่ ดังปรากฏข้อความจากศิลาจารึกหินทรายแดงที่บันทึกประวัติวัดศรีสุพรรณด้วยอักษรฝักขามว่าวัดศรีสุพรรณสร้างขึ้นในสมัยพระเมืองแก้วหรือพญาแก้วกษัตริย์ราชวงศ์มังราย (พ.ศ.๒๐๓๘ – ๒๐๖๘) ซึ่งเป็นยุคทองของล้านนาที่สืบต่อมาจากสมัยพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ.๑๙๘๔ – ๒๐๓๐) และพญายอดเชียงราย (พ.ศ.๒๐๓๐ – ๒๐๓๘) โดยได้มีการยกที่นาแปลงใหญ่และผู้คนจำนวน 20 ครัวเรือนให้กับวัดศรีสุพรรณ จึงถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของชุมชนวัดศรีสุพรรณตั้งแต่นั้นมา

          บรรพบุรุษของชาวชุมชนวัดศรีสุพรรณเดิมตั้งถิ่นฐานเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมเครื่องเงินอยู่ใน แขวงเมืองปั่น แถบลุ่มแม่น้ำสาละวิน มีชื่อเรียกว่าบ้านงัวลาย (งัว เป็นภาษาถิ่น แปลว่า วัว) หลักฐานในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่และตำนานราชวงศ์ปกรณ์เชียงใหม่ กล่าวว่า ในสมัยของพระเจ้ากาวิละเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ในสมัยนั้นได้รวบรวมผู้คนจากหัวเมืองต่าง ๆ ให้เข้ามาอยู่อาศัยอยู่ในเมืองเชียงใหม่ เพื่อช่วยฟื้นฟูบ้านเมืองหลังการปลดแอกจากการยึดครองของพม่า เรียกว่า ยุค “เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง” โดยพระเจ้ากาวิละได้ให้เจ้าสุวัณณะคำมูลผู้เป็นหลานชายคุมกำลังพลจำนวน๓๐๐ นายไปตีเมืองปุซึ่งมี เจ้าฟ้าคำเครื่องเป็นเจ้าเมืองอยู่ แล้วจึงกวาดต้อนผู้คนกลับมาเชียงใหม่ จากนั้นยังตีเอาบ้านสะต๋อย สอยไร่ ท่าช้าง บ้านนา บ้านทุ่งอ้อ และบ้านงัวลาย และกวาดต้อนผู้คนกลับมาเช่นกัน จากการกวาดต้อนทั้งสองครั้งดังกล่าวพระเจ้ากาวิละได้ให้ครอบครัวที่มาจากบ้านงัวลายให้มาตั้งบ้านเรือนในบริเวณวัดหมื่นสารและวัดศรีสุพรรณแล้วเรียกชื่อว่า “บ้านงัวลาย” ตามชื่อเรียกหมู่บ้านเดิม ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อตามภาษาไทยกลางว่า “วัวลาย”

          อีกตำนานกล่าวว่า พระเจ้ากาวิละได้ให้ชาวบ้านงัวลายตั้งถิ่นฐานอยู่ที่อำเภอหางดง ในบริเวณ ที่ติดกับหมู่บ้านกวน โดยบ้านงัวลายทำเครื่องเงินและหมู่บ้านกวนทำเครื่องปั้นดินเผา ต่อมาจึงได้ย้ายชาวบ้านงัวลายเข้ามาในเมือง แต่ไม่ได้ย้ายชาวบ้านกวนเข้ามาด้วยเพราะว่าการทำเครื่องปั้นดินเผาก่อให้เกิดควันเป็นจำนวนมากจึงไม่เหมาะที่จะย้ายเข้ามาในเมือง ดังนั้นจึงมีแต่เฉพาะชาวบ้านงัวลายเท่านั้นที่ได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานใหม่รอบคูเมือง แต่ก็ยังมีหมู่บ้านที่ชื่อว่างัวลายอยู่ในอำเภอหางดงปรากฏเป็นหลักฐานมาจนถึงปัจจุบัน

          ชาวบ้านงัวลายที่ย้ายเข้ามาในสมัยนั้นส่วนใหญ่เป็นช่างฝีมือที่มีทักษะในการทำเครื่องเงิน และได้รับการสืบทอดวิชาชีพช่างเงินมาจากบรรพบุรุษ คนในชุมชนบ้านงัวลายส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำเครื่องเงินเพื่อสร้างรายได้แก่ครอบครัว โดยมีแบ่งการกันทำภายในครอบครัว ซึ่งฝ่ายชายจะเป็นฝ่ายตีขึ้นรูปภาชนะ ในขณะที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายตกแต่งให้มีความประณีตสวยงาม ผู้เฒ่าและเด็ก ๆ มีหน้าที่ขัดเงาให้เครื่องเงินมีความงดงามน่าใช้

          ต่อมาวิถีชีวิตในการใช้เครื่องเงินได้เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากโลหะเงินมีราคาที่สูงขึ้น  จึงทำให้เปลี่ยนจากการทำเครื่องเงิน หรือภาษาถิ่นเรียกว่า คัวเงิน (คัว เป็นภาษาถิ่นแปลว่า สิ่งของเครื่องใช้) กลายมาเป็น คัวเนียม หรือเป็นการใช้อลูมิเนียมในการสร้างสรรค์ผลงานหัตถกรรมแทน แต่ยังคงเดินเส้นและ คงรูปแบบลวดลายตามภูมิปัญญาเดิมอยู่

          แต่ในช่วงปี พ.ศ.๒๕๔๐ เกิดวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในประเทศไทยทำให้ชุมชนวัดศรีสุพรรณ ได้รับผลกระทบจนถึงขั้นวิกฤติ กำลังซื้อที่หดหายทำให้เสียงตอกขันเงินที่เคยได้ยินนับแต่โบราณเริ่ม แผ่วเบาลงทุกขณะ ด้วยวิกฤตนี้เองที่พระครูพิทักษ์สุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ ได้หารือกับกรรมการหมู่บ้านและกลุ่มสล่าเครื่องเงิน (สล่า เป็นภาษาถิ่น แปลว่าช่าง) ที่หลงเหลืออยู่ไม่ถึงสิบคนเพื่อที่จะอนุรักษ์และพัฒนาสืบสานหัตถกรรมเครื่องเงินของชุมชน

          กระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นปีครบรอบการจัดตั้งวัดศรีสุพรรณได้ ๕๐๐ ปี ท่านเจ้าอาวาศและทางกลุ่มจึงถือโอกาสนี้จัดตั้ง “กลุ่มหัตถศิลป์ล้านนาวัดศรีสุพรรณ” โดยมีเป้าหมายในการอนุรักษ์และส่งเสริมอาชีพทำเครื่องเงิน ซึ่งได้ใช้พื้นที่ภายในวัดเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของการทำกิจกรรม มีการสร้างความเข้าใจให้แก่คนในชุมชนเพื่อให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมทั้งดึงสล่าในชุมชนเข้ามารวมตัวกันในกลุ่ม โดยให้สล่าเหล่านี้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เชิงศิลป์ให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียนวัดศรีสุพรรณ รวมถึงพระสงฆ์ สามเณร คนรุ่นใหม่ในชุมชน และนักท่องเที่ยว


ที่ตั้งอาณาเขต

          ทิศเหนือ : ตำบลช้างเผือก มีถนนช่างหล่อผ่าน และคลองคูเมืองกำแพงด้านเหนือ เป็นแนวแบ่งกับชุมชนบ้านช่างหล่อ

          ทิศใต้ : ตำบลช้างคลาน มีลำเหมืองแม่ข่า เป็นแนวแบ่งเขตเป็นพื้นที่ชายธงที่ถนนวัวลายมาจรดถนนทิพย์เนตรเพื่อออกสู่ประตูหายยา

          ทิศตะวันออก : ตำบลช้างคลาน และจรดถนนวัวลาย มีลำเหมืองแม่ข่าระวันออก

          ทิศตะวันตก : ตำบลสุเทพ จรดถนนทิพย์ มีถนนติดอ้อมเมืองทางสนามบินเป็นแนวแบ่งเขต


การเดินทาง

ลักษณะภูมิประเทศ

สภาพทั่วไปของพื้นที่

สภาพภูมิอากาศ