ข้อมูลทั่วไป

    ตำบลสุเทพเป็นเขตตำบลที่มีชื่อเสียงในด้านแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออันดับหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่แหล่งรวมอารยธรรมล้านนา เป็นที่ตั้งการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และ มัธยมศึกษาที่ขึ้นชื่อของเชียงใหม่ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติ จึงนับว่าตำบลสุเทพมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ไม่เฉพาะแต่พี่น้องชาวตำบลสุเทพเท่านั้น ยังรวมถึงคนเชียงใหม่ทั้งจังหวัดด้วย ตำบลสุเทพจึงมีความสำคัญทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของคนเชียงใหม่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

    เดิมได้ยกฐานะจาก สภาตำบล ขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ตามพระราชบัญญัติสภาตำบล และ องค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๘ จัดตั้งเป็น องค์การบริหารส่วนตำบล ชั้น ๓ และได้รับการเลื่อนชั้นเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ชั้น ๑ (องค์การบริหารส่วนตำบลขนาดใหญ่) ต่อมา กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาเห็นว่าองค์การบริหารส่วนตำบลสุเทพ มีสภาพเหมาะสม และ เป็นไปตามความต้องการของประชาชน จึงได้จัดตั้งเป็น เทศบาลตำบลสุเทพ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐


คำขวัญ

จำนวนครัวเรือน : 538 ครัวเรือน
ชาย : 726 คน (47.30%)
หญิง : 809 คน (52.70%)

0-14 ปี 15-24 ปี 25-59 ปี 60 ปีขึ้นไป
167 133 786 449

ประวัติหมู่บ้าน

จากการสอบถามประวัติของ “บ้านอุโมงค์” จากชาวบ้านได้พบว่าตั้งชื่อตาม “วัดอุโมงค์” ที่ได้ประดิษฐานอยู่ในหมู่บ้าน โดยมีประวัติของวัดคือ ราวปี พ.ศ. 1839 พระยามังรายทรงสร้างอาณาจักรล้านนาร่วมกับพระสหาย คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช กษัตริย์ปกครองสุโขทัย และพระเจ้างำเมือง กษัตริย์ปกครองพะเยา มาสร้างเมืองเวียงเหล็ก (บริเวณวัดเชียงมั่นในปัจจุบัน) และตั้งชื่อเมืองว่า “นพบุรี ศรีนครพิงค์” ท่านมีความใฝ่ในศาสนาพุทธ จึงทรงทำนุบำรุง ส่งเสริมศาสนาให้รุ่งเรืองในล้านนา ในขณะนั้นทางฝ่ายพระเจ้ารามคำแหงมหาราชได้ส่งคนนิมนต์พระสงฆ์จากลังกามาอาศัยอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อที่พระสงฆ์ได้เผยแพร่พระพุทธศาสนาในสุโขทัย เมื่อพระยามังรายทราบข่าวดังกล่าว จึงส่งคนไปนิมนต์พระลังกาจากพระเจ้ารามคำแหง 5 รูป โดยมีพระกัสสปะเถระเป็นหัวหน้าคณะสงฆ์นี้ โดยจำพรรษาที่วัดการโถม ต่อมาพระยามังรายสร้างวัดเวฬุกัฏฐาราม (ปัจจุบัน คือ วัดอุโมงค์) เมื่อสร้างเสร็จจึงอาราธนาพระมหากัสสปะเถระจำพรรษาที่วัดแห่งนี้


ต่อมาเมื่อพระเจ้ามังรายสวรรคต ศาสนาพุทธขาดการทำนุบำรุง เพราะมัวแต่ทำศึกสงครามกันเองในเชื้อพระวงศ์ในการแย่งชิงราชสมบัติ จนถึงสมัยพระเจ้าผายู ศาสนาพุทธได้รับการฟื้นฟูจนถึงสมัยพระเจ้ากือนาธรรมาธิราช (ประมาณ พ.ศ. 1910) ท่านมีความเลื่อมใสในพระมหาเถระจันทร์ พระเจ้ากือนาจึงสั่งให้คนบูรณะวัดเวฬุกัฏฐาราม เพื่ออาราธนาพระมหาเถระจันทร์จำพรรษาทีวัดแห่งนี้ และตั้งชื่อวัดนี้ว่า “วัดอุโมงค์เถรจันทร์” ตามชื่อของพระมหาเถระจันทร์ มีการซ่อมแซมเจดีย์โดยการพอกปูน สร้างอุโมงค์ไว้ทางทิศเหนือจากเจดีย์ ในอุโมงค์มีทางเดิน 4 ช่องซึ่งเชื่อมต่อกันได้

ราชวงศ์มังรายล่มสลาย เมื่อปี พ.ศ. 2106 เปลี่ยนเป็นพม่าปกครองล้านนา ทำให้วัดอุโมงค์ขาดการทำนุบำรุง ปล่อยให้ร้าง ปรักหักพังเรื่อยๆ ต่อมา เจ้าชื่น สิโรรส ได้จัดการแผ้วถางบูรณะวัดนี้ และสร้างกุฏิหลังใหม่เพิ่ม จากนั้นจึงนิมนต์พระภิกษุปัญญานันทะจากสวนโมกข์ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี มาจำพรรษา และท่านได้เผยแพร่ศาสนาสืบไป ต่อมาได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดอุโมงค์ เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2512 


ที่ตั้งอาณาเขต

อาณาเขตของตำบลสุเทพติดต่อกับ 4 ตำบลใน 2 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ ดังนี้

ทิศเหนือ         ติดต่อกับ  เทศบาลนครเชียงใหม่ และตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่

ทิศใต้             ติดต่อกับ  ตำบลแม่เหียะ และตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่

ทิศตะวันออก  ติดต่อกับ  เทศบาลนครเชียงใหม่

ทิศตะวันตก    ติดต่อกับ  ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง


การเดินทาง



ลักษณะภูมิประเทศ

สภาพทั่วไปของพื้นที่

บ้านอุโมงค์จะภูมิประเทศเป็นลักษณะที่ราบติดกับเชิงเขา ซึ่งลักษณะของพื้นที่ในทิศตะวันตกส่วนใหญ่เป็นภูเขา ไม่เหมาะกับการเพาะปลูก ส่วนในพื้นที่อื่นๆของชุมชนเป็นที่ราบ ส่วนใหญ่เป็นสิ่งปลูกสร้าง ตึก อาคารและที่อยู่อาศัยของคนในชุมชน


สภาพภูมิอากาศ

บ้านอุโมงค์ หมู่ 10 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สภาพทั่วไปของพื้นที่ไม่เหมาะกับการทำการเกษตร โดยจะเหมาะกับการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและค้าขายมากกว่า