ข้อมูลทั่วไป

 ข้อมูลทั่วไปของหมู่บ้าน

ประวัติ บ้านป่าป้อง  นับย้อนหลังเวลาที่ล่วงมาในอดีต เมื่อวันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2354    ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 7 เหนือ (เดือน 5 ใต้) ปีเม็ดเหนือ (ปีมะแมใต้) เป็นวันพญาวันของชาวไทเขิน บรรพบุรุษของชาวไทเขินบ้านป่าป้องกลุ่มแรกกลุ่มหนึ่ง ที่ได้อพยพมาจาก “บ้านป้อง” เอิ่ง(ตำบล) กาดเก้า(ตลาดขี้เถ้า) เมืองเชียงตุง แคว้นฉาน ทางตอนเหนือของประเทศพม่า (อยู่ห่างจากเมืองเชียงตุงไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 12 กิโลเมตร)

การอพยพย้ายถิ่นฐานลงมาทางใต้ในครั้งนั้น เป็นการอพยพติดตาม "เจ้ามหาขนาน" (เจ้าฟ้าเขมรัฐมหาสิงหะบวรสุธรรมราชา) กษัตริย์ของชาวไทเขินแห่งเมืองเชียงตุง ลงมาอยู่ในเมืองเชียงใหม่และบริเวณโดยรอบตัวเมืองเชียงใหม่ และมูลเหตุของการอพยพย้ายถิ่นฐาน ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในคราวนั้น การอพยพย้ายถิ่นฐานของชาวไทเขินบางส่วน ที่อพยพลงมาอยู่ในเมืองเชียงใหม่ มีอยู่ว่า ในช่วงระยะเวลา ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๓๔๗ ถึงปีพุทธศุกราช ๒๓๕๔ นั้น "พระเจ้ากาวิละ" เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ พระองค์แรกในสมัยนั้น ซึ่งตรงกับช่วงปลายของรัชกาลที่ 1 เชื่อมต่อกับต้นรัชสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี ในครั้งนั้น "เจ้ามหาขนาน" ซึ่งเป็นกษัตริย์ของชาวไทเขิน ได้ขอความช่วยเหลือจากเมืแงเชียงใหม่

ซึ่งต่อมา "เจ้าพุทธวงศ์" ( ต่อมาได้เป็นพระยาพุทธวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเมืองเชียงใหม่ องค์ที่4 )       ยกทัพไปช่วยเจ้ามหาขนานเพื่อขับไล่พม่าที่เมืองเชียงตุงแต่ไม่สำเร็จ จีงได้ถอยทัพมารออยู่ที่เมืองยอง โดยมีเจ้ามหาอุปราชธรรมลังกา และเจ้านายอื่นๆ จึงถอยทัพกลับมายังเมืองเชียงใหม่ โดยมาพร้อมกับเจ้ามหาขนาน กษัตริย์ของชาวไทเขิน ก็ได้นำเอาชาวไทเขินส่วนหนึ่งที่สมัครใจ จากหมู่บ้านต่างๆของเมืองเชียงตุง อพยพติดตามเจ้ามหาขนานลงมากับกองทัพเมืองเชียงใหม่ ลงมาตั้งรกรากถิ่นฐานใหม่ที่เมืองเชียงใหม่ และบริเวณโดยรอบเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

(*ขอบคุณข้อมูลจาก อาจารย์วีระชาติ พาจรทิศ อาจารย์ 3 ระดับ 8 โรงเรียนบ้านป่าป้อง)


คำขวัญ

"สร้างรายได้อย่างมีคุณธรรม นำสู่การปฏิบัติจริง เป็นแหล่งพึ่งพิง พัฒนาบุคลากรในภาคประชาชน"


คำขวัญ บ้านป่าป้อง หมู่ที่ 3

"เลื่องลือเลิศล้ำ      วัฒนธรรมไทเขิน

           เศรษฐกิจก้าวเดิน       บนพื้นฐานความพอเพียง"


คำขวัญ บ้านป่าป้อง หมู่ที่ 4

“ชุมชนไทเขิน      ก้าวเดินอย่างพอเพียง

หลีกเลี่ยงอบายมุข  สงบสุขทุกครัวเรือน”


จำนวนครัวเรือน : 236 ครัวเรือน
ชาย : 231 คน (47.24%)
หญิง : 258 คน (52.76%)

0-14 ปี 15-24 ปี 25-59 ปี 60 ปีขึ้นไป
0 0 8 142

ประวัติหมู่บ้าน

ประวัติ บ้านป่าป้อง หมู่ที่3 และ หมู่ที่4 (เดิมเป็นหมู่บ้านเดียวกัน)

       นับย้อนหลังเวลาที่ล่วงมาในอดีต เมื่อวันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2354 ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 7  เหนือ (เดือน 5 ใต้) ปีเม็ดเหนือ (ปีมะแมใต้) เป็นวันพญาวันของชาวไทเขิน บรรพบุรุษของชาวไทเขินบ้านป่าป้องกลุ่มแรกกลุ่มหนึ่ง ที่ได้อพยพมาจาก “บ้านป้อง” เอิ่ง(ตำบล) กาดเก้า(ตลาดขี้เถ้า) เมืองเชียงตุง  แคว้นฉาน ทางตอนเหนือของประเทศพม่า (อยู่ห่างจากเมืองเชียงตุงไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 12 กิโลเมตร

        การอพยพย้ายถิ่นฐานลงมาทางใต้ในครั้งนั้น เป็นการอพยพติดตาม "เจ้ามหาขนาน" (เจ้าฟ้าเขมรัฐมหาสิงหะบวรสุธรรมราชา) กษัตริย์ของชาวไทเขินแห่งเมืองเชียงตุง ลงมาอยู่ในเมืองเชียงใหม่และบริเวณโดยรอบตัวเมืองเชียงใหม่ และมูลเหตุของการอพยพย้ายถิ่นฐาน ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในคราวนั้น การอพยพย้ายถิ่นฐานของชาวไทเขินบางส่วน ที่อพยพลงมาอยู่ในเมืองเชียงใหม่ มีอยู่ว่า ในช่วงระยะเวลา ตั้งแต่ปีพุทธศักราช  2347 ถึงปีพุทธศุกราช 2354 นั้น "พระเจ้ากาวิละ" เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ พระองค์แรกในสมัยนั้น ซึ่งตรงกับช่วงปลายของรัชกาลที่ 1  เชื่อมต่อกับต้นรัชสมัยรัชกาลที่ 2  แห่งราชวงศ์จักรี ในครั้งนั้น "เจ้ามหาขนาน" ซึ่งเป็นกษัตริย์ของชาวไทเขิน ได้ขอความช่วยเหลือจากเมืแงเชียงใหม่

        ซึ่งต่อมา "เจ้าพุทธวงศ์"  ( ต่อมาได้เป็นพระยาพุทธวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเมืองเชียงใหม่ องค์ที่4 ) ยกทัพไปช่วยเจ้ามหาขนานเพื่อขับไล่พม่าที่เมืองเชียงตุงแต่ไม่สำเร็จ จีงได้ถอยทัพมารออยู่ที่เมืองยอง โดยมีเจ้ามหาอุปราชธรรมลังกา และเจ้านายอื่นๆ จึงถอยทัพกลับมายังเมืองเชียงใหม่ โดยมาพร้อมกับเจ้ามหาขนาน กษัตริย์ของชาวไทเขิน ก็ได้นำเอาชาวไทเขินส่วนหนึ่งที่สมัครใจ จากหมู่บ้านต่างๆของเมืองเชียงตุง อพยพติดตามเจ้ามหาขนานลงมากับกองทัพเมืองเชียงใหม่ ลงมาตั้งรกรากถิ่นฐานใหม่ที่เมืองเชียงใหม่ และบริเวณโดยรอบเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


(*ขอบคุณข้อมูลจาก อาจารย์วีระชาติ พาจรทิศ  อาจารย์3 ระดับ8 โรงเรียนบ้านป่าป้อง)






   


ที่ตั้งอาณาเขต

        บ้านป่าป้อง ตำบลป่าป้อง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ในเขตพื้นที่ของเทศบาลตำบลป่าป้อง เดิมบ้านป่าป้อง หมู่ที่3 และ หมู่ที่4 เป็นหมู่เดียวกันคือบ้านป่าป้อง หมู่ที่3 แต่ต่อมาเมื่อมีประชากรเพิ่มมากยิ่งขึ้น ยากแก่การปกครอง ดังนั้นทางฝ่ายปกครองทางอำเภอ จึงมีมติให้แยกหมู่บ้านเป็น 2 หมู่บ้าน เมื่อพ.ศ.2530  โดยแยกเป็นป่าป้องหมู่ที่4 ออกมาเป็นอีกหมู่บ้านหนึ่ง แยกการปกครองออกไปอีกต่างหาก แต่2หมู่บ้านนี้ยังคงเหมือน และก็ยังมีวัดซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของทั้งสองหมู่บ้านคือ วัดชยาลังการ์ (วัดป่าป้อง) ซึงมีวัดเดียว แต่มีศรัทธาทั้ง2 หมู่บ้านเหมือนเดิม 


การเดินทาง


รูปภาพจาก Google Map ดาวเทียมการเดินทางจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงใหม่ ดอยสะเก็ด ไปยัง เทคบาลตำบลป่าป้อง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่


ลักษณะภูมิประเทศ

        สภาพอากาศโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งพัดระหว่าง กลางเดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดือนตุลาคม และพายุดีเปรสชั่นที่เกิดบริเวณทะเลจีนตอนใต้ ประมาณเดือนสิงหาคม ถึงเดือนตุลาคม ทำให้ภูมิอากาศมีลักษณะเป็นแบบอากาศชื้นและแล้ง แบ่งฤดูออกได้เป็น 3 ฤดูกาลด้วยกันคือ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือน มิถุนายน – ตุลาคม ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และพายุใต้ฝุ่น (ดีเปรสชั่น) จากทะเลจีนตอนใต้ ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ จากทะเลจีน พัดพาความหนาวเย็น และความแห้งแล้ง ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม – พฤษภาคม ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียง ใต้พัดเข้าหาบริเวณความกดอากาศสูงในทะจีนใต้ เป็นลมร้อน เทศบาลตำบลป่าป้องตั้งอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบสะวันนา คืออากาศร้อน อุณหภูมิสูง ตลอดปีในฤดูฝนมีฝนตกปานกลาง อุณหภูมิเฉลี่ย 24.85 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนอากาศร้อน อุณหภูมิประมาณ 35-40 องศาเซลเซียส

ที่มา : ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ http://www.cmmet.tmd.go.th 11 ธันวาคม 2555


สภาพทั่วไปของพื้นที่

ในพื้นที่บ้านป่าป้อง เป็นพื้นที่ราบ (บ้าน-ทุ่งนา)

ทิศเหนือ                 ติดกับ บ้านดวงดี หมู่ที่6

ทิศใต้                      ติดกับ บ้านป่าป้อง หมู่ที่4

ทิศตะวันออก         ติดกับ บ้านป่าไม้แดง หมู่ที่2

ทิศตะวันตก           ติดกับ บ้านดอกเเดง หมู่ 1 เเละหมู่ 2 ต. สง่าบ้าน


สภาพภูมิอากาศ

        ลักษณะทั่วไปของหมู่บ้านป่าป้อง ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอดอยสะเก็ด ห่างจากที่ว่าการอำเภอดอยสะเก็ด 4 กิโลเมตร บนเส้นทางสายวัฒนธรรม (สายดอยสะเก็ด-บ่อสร้าง) บ้านป่าป้องเดิมทีเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ แต่ต่อมาทางราชการได้มีการแยกหมู่บ้าน เป็นหมู่ที่ 3,4,5,6 เพื่อง่ายต่อการปกครอง จึงได้แยกหมู่บ้านออกอย่างที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ บ้านป่าป้อง มีสภาพเป็นชนบทและทั้ง2 หมู่บ้านจะมีศูนย์รวมทางศาสนา มีวัด ตลาด สถานีอนามัย สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน(ออมทรัพย์) ประปาหมู่บ้าน ร่วมกัน หมู่3 เป็นที่ตั้งป้อมตำรวจ และโรงเรียนในระดับตำบล และยังเป็นที่ตั้งร้านค้าชุมชนของตำบลป่าป้อง  ถนนหนทางภายในหมู่บ้านส่วนใหญ่อยู่ในสภาพดีใช้การได้ สามารถติดต่อสัญจรไปมาหมู่บ้านใกล้เคียงได้สะดวก มีไฟฟ้าใช้ภายในหมู่บ้านทุกครัวเรือน ซึ่งสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านส่วนใหญ่ก็อยู่ในระดับปานกลาง