ศักดิ์นรินทร์ ชาวงิ้ว

sahlungngurn Kblogger

ศักดิ์นรินทร์ ชาวงิ้ว

สถานการณ์เครื่องเขินในประเทศไทยปัจจุบัน

สถานการณ์เครื่องเขินในประเทศไทยปัจจุบัน

 

นำเสนอโดย นายศักดิ์นรินทร์ ชาวงิ้ว นักวิชาการศึกษา ศูนย์วัฒนธรรมศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

เครื่องเขิน (Lacquerware) หมายถึงอุปกรณ์หรือข้าวของเครื่องใช้ที่มีการลงรักเป็นหลัก ในล้านนานิยมผสมหางหรือชาด (Cinnabar) ในอดีตมีการผลิตและการใช้งานอย่างกว้างขวาง ทั้งส่วนที่เป็นคนไทยวนแต่เดิม ที่ถูกกวาดต้อนไปพม่า จนกลายเป็นที่มาของคำว่า ยูนเถ่ ในยุคเก็บผักใส่ซ้าเก็บข้าใส่เมือง มีการกวาดต้อนชาวไทขืนจากเชียงตุงมาสู่เมืองเชียงใหม่ อันเป็นผู้สร้างงานครัวฮักครัวหางหรือเครื่องเขิน จนขยายตลาดไปสู่กรุงเทพฯ และผลิตตามความต้องการของผู้ใช้ และเจริญเฟื่องฟูโดยเฉพาะถนนวัวลาย

                อุษณีย์ ธงไชย กล่าวถึงบทบาทและสถานะของเครื่องเขินในปัจจุบันว่า

                1. เครื่องเขินอยู่ในฐานะของสะสม
                2. เครื่องเขินอยู่ในฐานะของที่ระลึก
                3. เครื่องเขินอยู่ในฐานะของใช้ประจำวัน ทั้งแบบที่เปลี่ยนหน้าที่การใช้สอย และยังคงใช้แบบดั้งเดิมในชีวิตและพิธีกรรม

            และกล่าวถึงการถดถอยของเครื่องเขินในปัจจุบัน มีสาเหตุอยู่หลายประการ ดังนี้

                1. การเข้ามาของวัสดุชนิดใหม่ของเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น พลาสติก สแตนเลส อะลูมิเนียม นอกจากนี้วัสดุที่ใช้ทำเครื่องเขินนั้นหายากมากขึ้นและมีราคาแพง เช่นไม้ไผ่ และยางรัก
                2. การขาดช่างชำนาญการในการทำ เนื่องจากรายได้ไม่คุ้มกับการลงทุน และลูกหลานต่างไม่สืบทอดองค์ความรู้จากบรรพบุรุษ

            นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ดังนี้

       1. วัสดุในการผลิตหายาก และมีราคาแพง โดยเฉพาะรักและหาง , ไม้ไผ่ ฯลฯ ...รักนั้นเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ในลำดับที่ 124. ตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 ส่วนหาง หรือชาดนั้น ต้องนำเข้าจากจีน หรือทางพม่า ด้วยในประเทศไทยขาดทรัพยากรและการถลุงแร่เพื่อให้ได้ชาดที่มีคุณภาพ ส่วนไม้ไผเหี้ยก็นับวันต้องนำเข้ามาจากท้องถิ่นอื่น
       2. วัสดุในการผลิตมีพิษต่อผู้ผลิตและผู้ใช้ ซึ่งบางคนอาจจะแพ้ยางรักได้ และหาง ก็เป็นพิษหากได้รับต่อเนื่องเข้าสู่ร่างกาย
       3. ใช้วัสดุทดแทนรัก ในการผลิตเครื่องเขิน และทำให้คุณภาพลดลงจากการใช้รักจริง
       4. ราคาไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน (ราคาตามลักษณะของผู้ซื้อและความพึงพอใจของผู้ขาย)
       5. ชุมชนไม่มีความสามัคคี ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
       6. การแข่งขันกับตลาดภายนอก ในกลุ่มประเทศที่มีการผลิตเครื่องเขิน เช่น ญี่ปุ่น พม่า เวียดนาม ฯลฯ

            หากแบ่งกลุ่มผู้ผลิตเครื่องเขิน สามารถแบ่งกลุ่มได้ 2 กลุ่ม ดังนี้

            แบ่งตามวัสดุที่ใช้ทำ
            1. กลุ่มใช้รักจริงหางจริง
            2. กลุ่มใช้วัสดุทดแทน

            แบ่งตามรูปแบบที่ผลิต แบ่งได้ดังนี้
            1. กลุ่มผลิตแบบโบราณ
            2. กลุ่มผลิตแบบร่วมสมัย

            ปัญหาบางประการหากไม่ได้รับการแก้ไข ก็อาจทำให้เครื่องเขินของไทย จะถดถอยลงไปเรื่อยๆ และหายไปในที่สุด

หมวดหมู่: หมวดที่ 4: ชุดองค์ความรู้พร้อมใช้สำหรับชุมชน มิติ 9 ด้าน

มิติด้าน: ภูมิปัญญาท้องถิ่น

Tags: เครื่องเขิน

 


Published: 2016-08-01 13:42:19
01 Aug 2016 13:42:19
375 | Last visitor: 2017-10-08 01:25:57
© 2017 Kblogger HR-Blog | Kaewpanya
สถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุ่มชน